บิตคอยน์
Picture of Right Shift

Right Shift

Right Shift Co., Ltd. Official Team

New year Gift : บทสัมภาษณ์ อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์

เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว นับจากวันที่ "อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์" ตัดสินใจบอกลาระบบเฟียตเพื่อหันมาทุ่มเทให้กับสิ่งที่เจ้าตัวเชื่อมั่น วันนี้คงไม่มีใครในวงการบิตคอยน์ไทยที่ยังไม่รู้จักกับปูชนียบุคคลท่านนี้ จากจุดเริ่มต้น ณ รายการ “เลิกเม่า” จนโด่งดังสุด ๆ ไปกับรายการ “CDC BitcoinTalk” การเดินทางอันแสนยาวไกลของ อ.พิริยะ ได้พาให้พวกเราทุกคนมาพบกับ “Right Shift” ในวันนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็น "Bitcoin Only Company" แห่งแรกของไทยที่เปิดตัวออกสู่สายตาสาธารณชน

ทุก ๆ ผลลัพธ์ที่เกิดจาก Proof of Work ของ “อ.พิริยะ” ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกพิสูจน์โดยทั่วกันแล้วว่าสมควรได้รับการยกย่องอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทุกความพยายามในการศึกษาเรียนรู้ ค้นหาข้อมูล ทุกความอุตสาหะในการผลิตเนื้อหาทรงคุณค่า หรือที่พวกเราเรียกว่า “ยาเม็ดส้ม” ที่ช่วย “ปลุกชาวไทย” ให้ตื่นรู้นั้น ช่วยส่งให้เจ้าตัวได้รับคำชื่นชมในฐานะ “บิตคอยเนอร์เบอร์หนึ่ง” ของเมืองไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

เราเชื่อว่า.. บิตคอยเนอร์ในไทยเกินกว่าครึ่งประเทศ โดยเฉพาะบิตคอยเนอร์รุ่นใหม่ ๆ ต่างก็มี อ.พิริยะ เป็นเสมือนครูใหญ่ เป็นดั่ง “มอร์เฟียส” จาก The Matrix ผู้สยายผายมือทั้งสองข้าง วางเม็ดยาทรงอาณุภาพที่พวกเราได้หยิบมาขย้อนลงคอเพื่อพบกับ “โพรงกระต่าย” อันน่าพิศวงในโลกของบิตคอยน์กันแทบทุกคน

“ไอดอลของเหล่าชายแท้” (มีมที่อ้างอิงจากข้อมูล Demographic จริง) นับว่าเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณและชุดความคิดอันน่าค้นหา หลายคนคงอยากสัมผัสตัวเขาให้มากขึ้น อยากเห็นมุมมองในหลาย ๆ ด้านจากชายคนนี้ หลายท่านล้วนเคยได้ฟังแง่คิดและมุมมองต่าง ๆ ของ อ.พิริยะ จากหลาย ๆ ช่องทาง กันมาพอสมควรแล้ว

ในวาระขวบปีแรกแห่งการก่อตั้ง Right Shift บทความสัมภาษณ์นี้ทีมงาน Right Shift จึงขออาสาทำหน้าที่เป็นผู้ถอดรหัส และนำเสนอมุมมองของ อ. เกี่ยวกับทิศทางบริษัทใหม่ รวมไปถึงการค้นหาคำตอบในบางแง่มุมที่อาจยังไม่เคยมีใครได้ล่วงรู้มาก่อน

ท้ายที่สุด.. พวกเรามีความปรารถนาดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมอบบทสัมภาษณ์นี้ไว้ ให้เป็นดังของขวัญอวยพรปีใหม่สำหรับบิตคอยเนอร์ และแฟนคลับ อ.พิริยะ ทุกท่านด้วยนั่นเองครับ

บิตคอยน์

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะครับ อ. ขอบคุณที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์กับทางทีมงานครับ ขออนุญาตเข้าสู่คำถามแรกเลยก็แล้วกัน..

อ. คาดหวังจะได้เห็นการเติบโตของการ Adoption ในไทยไว้อย่างไรบ้างครับ? แล้ว อ. คิดว่าจะมีปัจจัยใดบ้าง ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาได้จริง ๆ?

“สวัสดีครับ.. สวัสดีปีใหม่ไปยังทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันด้วยนะครับ

อืม.. ผมคิดว่า บิตคอยน์ เป็นนวัตกรรมที่สำคัญพอ ๆ กับอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือแม้แต่แท่นพิมพ์กูเต็นเบิร์กด้วยซ้ำ มันเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารกัน ข้ามผ่านระยะทาง ข้ามผ่านกาลเวลา ได้อย่างเป็นอิสระยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับการที่สิ่งพิมพ์เข้ามาช่วยปลดแอกความรู้ คอมพิวเตอร์ปลดแอกการเข้าถึงแรงงานมหาศาล อินเตอร์เน็ตปลดแอกการสื่อสารไร้พรมแดน ..บิตคอยน์ จะปลดแอกเงิน และ กลไกของราคาในตลาดเสรี 

และผมหมายถึง บิตคอยน์ ไม่ใช่คริปโตที่เป็นการเอาธุรกิจเดิม ๆ มาปัดฝุ่นทาสีใหม่

ผมแค่ไม่อยากให้ประเทศไทยพลาดโอกาสอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา จึงลุกขึ้นพูด ลุกขึ้นอธิบายถึงความมหัศจรรย์ของระบบการเงินไร้พรมแดน ไร้ตัวกลาง ไร้การปิดกั้น ให้ผู้คนเกิดความเข้าใจเป็นวงกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหาทางระบบการเงินอย่างหนักหน่วงเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศ การเข้าถึงระบบการเงินของเราจัดอยู่ในระดับที่ดีพอสมควร นโยบายการเงินของเราไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เราไม่มีแรงผลักดันให้เกิดการใช้งาน บิตคอยน์ ด้วยความจำเป็นเหมือนอีกหลาย ๆ ประเทศที่กำลังเป็นผู้นำการนำ บิตคอยน์ มาใช้ในระบบเศรษฐกิจ 

แต่นั่นก็หมายความว่า.. ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ เราจะล่าช้ากว่าผู้อื่นเป็นอย่างมาก ผมหวังจะเห็นการขยายตัวของกลุ่มคนที่สั่งสมทรัพย์สินเป็น บิตคอยน์ และใช้ บิตคอยน์ ในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะอย่างน้อย ถึงรัฐบาลอาจไม่สามารถขยับตัวได้เร็วด้วยเหตุผลต่าง ๆ แต่ประชาชนและธุรกิจภาคเอกชนสามารถขยับตัวได้เร็วกว่า 

ในวันที่เราก้าวเข้าสู่ยุคของระบบการเงินไร้ศูนย์กลาง ผมหวังจะเห็นคนไทยมีความพร้อม ทั้งทางความรู้ ความเข้าใจ และกำลังทรัพย์ เพราะสุดท้ายแล้ว ประเทศก็คือผู้คน”

เราเห็น อ. ทุ่มเทให้ความรู้เกี่ยวกับ บิตคอยน์ แก่ผู้คนมาโดยตลอด อยากทราบว่าเป้าหมายสูงสุดในการสอนเรื่อง บิตคอยน์ ของอาจารย์คืออะไรครับ?

“ไม่มีนะ.. เอาจริง ๆ ผมก็แค่เริ่มจากโจทย์ง่าย ๆ ว่าเราจะทำอะไรดีที่จะเป็นการสร้างคุณค่า?

มนุษย์พัฒนาได้จากการแปลงเวลาเป็นคุณค่า แต่เราจะทำอะไรได้?

สิ่งที่ผมถนัด คือ การสอน การพูด เราถนัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผมมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อธิบายเรื่องยาก ๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น มันอาจไม่ได้สร้างโปรดักต์อะไรโดยตรง แต่มันก็เป็นคุณค่าที่ผมสร้างได้ การมอบความรู้ ย่อยความรู้ ให้ผู้อื่นได้นำไปต่อยอด อย่างน้อยก็น่าจะได้บุญบ้างล่ะนะ ผมก็คิดแค่นั้น

แล้วเราก็เริ่มอธิบายเรื่องที่เราชอบให้คนใกล้ตัวฟัง เริ่มทำงานเป็นครูสอนวิชาต่าง ๆ จากนั้นมันก็ขยายขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีก็เป็นอย่างที่เห็น ผมมองว่า.. มันคือการใช้ความสามารถที่มี เปลี่ยนเวลาของเราเป็นคุณค่าให้ผู้คน แม้ผมมองไม่ออกว่ามันจะสร้างคุณค่ากับให้ผมได้อย่างไรในตอนแรก แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรามุ่งมั่นทำไปเรื่อย ๆ สักวันคุณค่าต่าง ๆ มันจะปรากฎให้เราเห็น

เรียกว่าถึงไม่ได้เงิน ได้บุญก็ยังดี 555

มันคือ proof of work ของผมเอง แค่นั้นผมก็พอใจแล้วล่ะ”

อ. เป็นคนที่เชื่อมั่นใน บิตคอยน์ และทุ่มเทให้กับการศึกษา บิตคอยน์ เป็นอย่างมาก อยากทราบว่าอะไรคือสิ่งที่อาจารย์ประทับใจที่สุดตั้งแต่รู้จักกับบิตคอยน์ครับ?

“ความกระจ่าง บิตคอยน์ และ หลักเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน โดยรวมเป็นจุดที่ตอบข้อสงสัยในใจที่เรามีมาตลอด

การได้เฝ้าดู บิตคอยน์ โตขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอดสิบกว่าปี มันน่ามหัศจรรย์มากนะ มันทำให้เราสามารถมีความหวังกับอนาคตของมนุษยชาติได้อีกครั้ง โลกของ บิตคอยน์ ยังทำให้ผมได้พบเจอคนที่แปลกประหลาดเหมือนกับเรา ได้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่แน่นอนว่าอุปสรรคยังนอนรออยู่อีกมากมาย ที่ผ่านมาบิตคอยน์เพิ่งได้เจอกับศัตรูตัวเล็ก ๆ มาตลอด มันยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยเจอมาทั้งหมดอีกมาก

แต่ผมก็หวังว่ามันจะอยู่รอดต่อไปได้นะ แต่จะรอดหรือไม่รอด สิ่งเหล่านี้คือเหตุการณ์บนหน้าประวัติศาสตร์ เราเป็นผู้สังเกตุการณ์ และแค่นั้นก็สนุกแล้วครับ”

ในฐานะบิตคอยเนอร์เบอร์ต้น ๆ ของประเทศ อะไรคือความสุขที่สุดของการเป็นบิตคอยน์เนอร์ในมุมมองอาจารย์?

“ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันแฮะ อยากได้ฟังจากคนอื่น ๆ มากกว่าครับ”

โอเคครับ ไม่เป็นไร 555 ..เอาล่ะ งั้นขอถามคำถามเบา ๆ บ้างก็แล้วกันครับ หลายคนคงอยากทราบคำตอบเรื่องนี้ อ. รู้สึกอย่างไรกับฉายา “ปิรันย่า” บ้างครับ?

“เอาจริง ๆ ตอนแรกก็หงุดหงิดนะ เหมือนโดนล้อชื่อ แต่เราก็คิดว่า มันก็ตลกดี

แต่พอไปศึกษาถึงลักษณะนิสัยของปลาปิรันย่า แล้วก็พบว่า ปลาปิรันย่าไม่ใช่ปลากระหายเลือดที่ล่าและกินทุกอย่างที่ขวางหน้า มันไม่กัดมั่ว ๆ แต่มันจะเลือกเหยื่อของมันอย่างใจเย็น จากนั้น เมื่อมันโจมตี มันจะโจมตีอย่างแม่นยำ รวดเร็ว เป็นระเบียบแบบแผนเพื่อจัดการเป้าหมายให้เร็วที่สุด

ก็รู้สึกว่าชักจะชอบมันขึ้นมาเหมือนกันนะ..”

แสดงว่าพวกเรายังเรียก ปิรันย่า ต่อไปได้นะ 555 อย่าหาว่าล้อชื่อก็แล้วกัน

คราวนี้ขอถามเรื่องส่วนตัวเข้ามาหน่อยนะครับ ใคร ๆ ก็รู้ว่า อ. มีตารางชีวิตที่ค่อนข้างยุ่งมาก ๆ อยากให้ อ. ช่วยแนะนำเกี่ยวกับการจัดสรรเวลาระหว่างเรื่องงาน / สังคม / ความสุขส่วนตัว และครอบครัวหน่อยครับ?

“จริง ๆ แล้วนี่เป็นเรื่องที่ผมมีปัญหาอยู่นะ.. วันหนึ่งวันมีเวลาจำกัดเหลือเกิน และทุกอย่างที่ใจเราอยากทำก็ใช้เวลาเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาผมไม่ใช่ Team player ที่ดี ผมเลยมักจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมมองว่าเรื่องการบริหารจัดการเวลาเป็นเรื่องที่ผมมีปัญหามากที่สุดเลยล่ะ

บางทีเราก็รู้สึกเหมือนชีวิตเป็นเกม Persona ด้วยซ้ำไป แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องฝ่าฟันนะ เพราะสุดท้ายแล้ว ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเรา คือ เวลา 

ส่วนว่าผมจัดการมันอย่างไร..? ผมเริ่มจากการมองว่า เวลา คือ ทรัพยากรที่มีจำกัด

ดังนั้น.. สิ่งที่ผมจะระวังไม่ให้เกิดขึ้นมากที่สุด คือ การ ‘เสียเวลา’ กิจกรรม ‘ฆ่าเวลา’ เป็นอะไรที่ฟังดูไม่เข้าท่าเลยสำหรับผม

ถ้าเราจะใช้เวลาทำอะไร เราควรจะได้อะไรกลับมาจากมัน ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่พักผ่อน ผ่อนคลาย นั่งพักบ้างนะ เมื่อเรามองว่า เวลา คือทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัดของมนุษย์ การ ใช้เวลา จึงแยกออกได้เป็นสามแบบหลัก ๆ คือ

1) ใช้เพื่อการบริโภค 2) ใช้เพื่อการลงทุน 3) โยนทิ้งไปเฉย ๆ 

ผมพยายามใช้เวลาของผมไปกับข้อ 1 และ 2 ตามความเหมาะสม

เวลาจะบริโภค เราจะไม่คิดได้อะไรกลับคืนจากเวลาเหล่านั้นนอกจากการได้ใช้มัน เราจะใช้มันไปกับการพักผ่อน เล่นเกม ผ่อนคลาย เล่นกับลูก ทำอาหาร ฯลฯ แต่เราจะต้องรู้ตัวว่าเรากำลังบริโภคอยู่ บริโภคให้พองาม จากนั้นจึงลงทุน

การลงทุน คือ การใช้เวลาแบบหวังผลตอบแทนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน อ่านหนังสือ จัดรายการ เขียนหนังสือ แปลหนังสือ พบปะพูดคุยกับผู้คน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการลงทุน มันจะสามารถงอกเงยให้ผลตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ได้ในอนาคต

แต่ไม่ใช่ว่าการทำงานใด ๆ จะเป็นการลงทุน การใช้เวลาทำงานที่ไม่ได้รัก ในอาชีพที่ไม่ได้ชอบ เพื่อตำแหน่งที่ไม่ได้ต้องการ ให้เวลากับสังคมที่ไม่ได้ให้ค่าเรา เหล่านี้คือการเอาเวลาไปโยนทิ้ง

เราต้องเปลี่ยนการโยนเวลาทิ้ง ให้เป็นการลงทุน แล้วชีวิตมันจะค่อย ๆ ออกดอกออกผลให้เราอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน”

บิตคอยน์

อืม.. แนวคิดน่าสนใจมาก สุดยอดครับ ..เดี๋ยวขอวกกลับมาที่ บิตคอยน์ อีกรอบ คราวนี้เอาใกล้ตัวเข้ามาหน่อย

ตอนนี้.. ข่าวช่วงชิงวิ่งราวเกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะในสภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยอย่างในปัจจุบัน ล่าสุดก็ปล้นร้านทอง จนโดนลูกซองเจ้าของร้าน.. บิตคอยน์ ในฐานะที่ได้รับฉายาว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ มีโอกาสจะเจอสถานการณ์ในแบบเดียวกันไหมครับในอนาคต? อ. พอจะมีคำแนะนำในการป้องกันเรื่องเหล่านี้อย่างไรบ้างครับ? 

“ถ้ามองในแง่ของตัวสินทรัพย์มันจะมีโอกาสเกิดอะไรเช่นนี้หรือไม่?

หนึ่งในสิ่งสำคัญของบิตคอยน์ คือ ความเป็นดิจิทัล เราสามารถเก็บ Private key, Passphrase ต่าง ๆ ไว้ในลักษณะที่มีเราเพียงผู้เดียวที่จะเข้าถึงมันได้ก็ได้ การปล้นทรัพย์ในลักษณะดังกล่าวย่อมทำได้ยากขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้

จริงอยู่ว่าถ้าเราตายไป บิตคอยน์ของเราก็อาจหายไปกับเราด้วย แต่นั่นยังไม่ได้ตัดความเสี่ยงจากการลักพาตัว เรียกค่าไถ่ ทรมาน หรือการหลอกลวงล้วงเอาข้อมูลจากเราด้วยวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย 

ใครมีบิตคอยน์เยอะก็อย่าให้ใครรู้..

ผมเองก็มีไม่มาก เราผ่านช่วงซนที่เราเสียมันไปแบบไม่รู้ค่ามาก่อนเหมือนหลาย ๆ คน เวลาเรามีทรัพย์สินมีความมั่งคั่งมาก ๆ เราอาจใช้จ่ายได้มากกว่าผู้อื่น แต่การระมัดระวังไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้าของจารกรรมก็ยังสำคัญ และ เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรใส่ใจนะ

แน่นอนว่าเงินของรัฐบาลเป็นสาเหตุของเศรษฐกิจถดถอยที่สำคัญที่สุด และการแทนที่มันด้วยเงินที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์จะช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวไปได้ แต่มันคงไม่หมดไป

มนุษย์คือมนุษย์ มีดีมีชั่วต่างกัน ความร่ำรวยเก็บเอาไว้สร้างความมั่นคง ให้เราสามารถมุ่งมั่นสร้างมูลค่าได้มากกว่าผู้อื่นด้วยความมั่นคงที่มี

ใครที่เอามาอวดกันก็ต้องรับความเสี่ยงกันเอาเองครับ”

บิตคอยน์

มาที่บ้านเรากันบ้าง เอาเรื่องที่กำลังฮ็อต ๆ ตอนนี้ก็แล้วกันนะครับ.. อ. คิดอย่างไรกับ “ค่าแรงขั้นต่ำ” บ้างครับ? แนวทางที่ดีที่สุดในการใช้ประโยชน์จากนโยบายนี้ควรเป็นอย่างไร หรือ อ. คิดว่าควรทำควบคู่ไปกับอะไรบ้างครับ?

“ค่าแรง คือ ราคาครับ..

การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ ก็คือการกำหนดราคาขั้นต่ำของสินค้าประเภทแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ และผลของมันก็ไม่ต่างจากการใช้กฎหมายกำหนดราคาสินค้าต่าง ๆ ทุกครั้งในอดีต คือ.. มันจะสร้างความขาดแคลน (ขาดแคลนแรงงาน) และภาวะสินค้าล้นตลาด (ผู้คนว่างงาน) ขึ้นพร้อม ๆ กัน 

แต่ในมุมของผู้ใช้แรงงาน เค้ามองอีกอย่างว่าถ้าไม่มีกฎหมายมาผลักดันค่าแรง ผู้ว่าจ้างแรงงานก็จะเอารัดเอาเปรียบแรงงานต่อไป เนื่องจากแรงงานไม่มีอำนาจต่อรอง รัฐจึงควรยื่นมือเข้ามาช่วย

แต่ผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าที่ประเทศใด ก็คือการที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องปิดกิจการลง เพราะไม่สามารถหาแรงงานที่ทำให้ยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ และในขณะเดียวกัน แรงงานก็ตกงานและว่างงานมากขึ้น ในบางกรณีที่ตัวเลขการว่างงานไม่เพิ่มขึ้น เมื่อดูข้อมูลอย่างใกล้ชิด ก็จะพบกับการพยายามบิดเบือนมาตรวัดโดยหน่วยงานรัฐทั้งสิ้น เช่น การไม่นับรวมประชาชนที่ว่างงานเกิน 3 หรือ 5 ปี ว่าเป็นผู้ว่างงาน เป็นต้น

ปัญหาทั้งสองมุมมองนี้มีมูลความจริงอยู่ทั้งคู่ จริงอยู่ที่ผู้ว่าจ้างแรงงานในหลายพื้นที่เอารัดเอาเปรียบแรงงาน และก็จริงอยู่ที่ค่าแรงขั้นต่ำมักทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิมแทบทุกครั้งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ว่างงานอยู่เดิม

ผมมองว่าปัญหานั้นเริ่มมาจากความช้าของกลไกตลาด และความอสมมาตรของความสามารถในการปรับตัวตามกลไกตลาด

ยิ่งผู้คนมีฐานะต่ำเท่าไร การย้ายถิ่นฐานก็เป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น ประกอบกับการสร้างกำแพงเพื่อป้องกันการไหลของเงินข้ามพรมแดน ยิ่งทำให้กลไกราคาซึ่งควรจะทำหน้าที่รักษาสมดุลย์ดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงการที่บางประเทศในโลกกลับมีอำนาจในการสร้างเงินขึ้นมาจากหนี้ที่ไม่ต่างอะไรกับอากาศ และบังคับให้ชาติอื่น ๆ ใช้สกุลเงินของพวกเขาเป็นเงินทุนสำรอง จึงทำให้ความแตกต่างทางระดับรายได้เติบโตเร็วกว่าความแตกต่างทางค่าครองชีพ

จึงไม่แปลกที่จะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลทำอะไรสักอย่าง และนโยบายดังกล่าวก็มักได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะที่ตัวเลขความเสียหายกลับแทบไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียงกัน 

อาจฟังดูเพี้ยน ๆ ไปหน่อย แต่ผมเชื่อว่า บิตคอยน์ จะสามารถบรรเทาปัญหาและความคับแค้นที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ได้ดีกว่านโยบายแทรกแซงของรัฐบาลใด ๆ

การทำให้อำนาจการผลิตเงินไม่ตกอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่ง และทำให้การไหลเวียนของเงินข้ามเขตพรมแดนสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเสรี จะส่งผลให้กลไกราคาสามารถทำหน้าที่ของมันได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ผลิต และ แรงงานจะสามารถพบกันที่ราคาที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่ายได้โดยมีอุปสรรคน้อยลง ..แต่ไม่ได้แปลว่าปัญหาจะหมดไป”

บิตคอยน์

พอพูดถึงการนำเอาบิตคอยน์มาแก้ปัญหาเหล่านี้แล้ว ผมก็นึกถึง Bitcoin Lightning ซึ่งเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการใช้งาน บิตคอยน์ ได้จริง ๆ

อ. มองอย่างไรบ้างในเรื่องนี้ อ. คิดว่าความสำเร็จในอนาคตของ Lightning Network จะขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้างครับ?

“อย่างแรกเลย คือ มันต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน และจริง ๆ ก็เท่านั้นแหละ

Lightning Network มีความสลับซับซ้อนมากกว่าบิตคอยน์ นั่นหมายความว่ามันมีความเสี่ยงที่จะมีช่องโหว่ มีปัญหา มากกว่าด้วยเช่นกัน

ผมมองว่า LN ต้องค่อย ๆ เติบโตอย่างช้า ๆ เหมือนกับบิตคอยน์ในยุคแรก ๆ เพื่อให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขก่อนที่จะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก และการเจริญเติบโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคงของ LN ตั้งแต่ปี 2018 มาจนถึงปัจจุบันก็เป็นไปในลักษณะนั้น 

LN เป็นเทคโนโลยีที่มหัศจรรย์มาก และระบบของมันก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพ และใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งมีผู้ใช้งานมากขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไปผู้คนก็จะได้สัมผัสมันมากขึ้น ใช้งานมากขึ้น และทำให้มันเติบโตขึ้นเอง

ขอแค่อย่าพังก็พอครับ”

อีกสิ่งหนึ่งที่คงจะเกิดขึ้นในไม่นานนี้เช่นกัน.. คือ CBDC

นี่คงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ CBDC ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด อ. มองว่าจะเป็นไปในลักษณะใด? แนวทางที่ดีในการที่ CBDC กับ บิตคอยน์ จะอยู่ร่วมกัน อ. คิดว่าน่าจะเป็นอย่างไรครับ?

“CBDC เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ครับ 

มันคือพัฒนาการทางธรรมชาติของเงินของรัฐบาล ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพเงิน ซึ่งเคยเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารที่เป็นอิสระไร้พรมแดนและมีประสิทธิภาพที่สุด ให้กลายมาเป็นโซ่ตรวนในการควบคุมความคิดความอ่าน และความประพฤติของผู้คนที่อยู่ใต้อำนาจการปกครอง

แต่ผมมองว่า บิตคอยน์ ก็เป็นพัฒนาการที่เลี่ยง และ ยับยั้งไม่ได้เช่นกัน ประเทศที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นประเด็นนี้หรือไม่ยอมรับ ย่อมเสียเปรียบประเทศอื่น ๆ ที่เข้าใจมันก่อนอย่างแน่นอน 

การมีอยู่ของบิตคอยน์ เป็นช่องโหว่ในการใช้อำนาจรัฐควบคุมผู้คนผ่านการควบคุมเงิน รัฐจะกลายเป็นผู้ทำการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับ บิตคอยน์

ในที่สุดผมมองว่าประโยชน์จากการหาทางปรับตัวเข้าร่วมกับบิตคอยน์จะให้ประโยชน์มากกว่าโทษอย่างมหาศาลในอนาคต แบงก์ชาติและรัฐบาลควรพิจารณาถึงความเป็นจริง และหนทางที่สร้างผลประโยชน์ให้กับชาติมากที่สุด หากยังอยากจะมีความหมายอยู่ต่อไป

เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยับยั้งสิ่งที่ไร้ศูนย์กลาง”

โอเคครับ.. คงต้องติดตามดูกันต่อไป..

ปีที่แล้วเห็น อ. ง่วนอยู่กับคอร์สใหญ่ของทาง CDC ตลอดทั้งปี ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่จะสมัครเรียนกันไม่ทัน แล้วตอนนี้เรากำลังจะเข้าสู่ปีถัดไปกันแล้ว เลยอยากทราบในอนาคตมีโอกาสที่แฟนคลับจะเข้าถึงความรู้ที่ อ. เปิดสอนในลักษณะออนไลน์ง่ายขึ้นบ้างไหมครับ?

“มีสิครับ.. มีแผนจะทำมาตลอด

แต่ที่ผ่านมา ในส่วนของ บิตคอยน์ ผมทำทุกอย่างอยู่คนเดียวเป็นหลัก ทุกอย่างก็จะเกิดขึ้นช้า ๆ การเกิดขึ้นของ Right Shift น่าจะทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็วขึ้นครับ”

โอ้ว..!? พอดีเลยครับ ไหน ๆ อ. ก็พูดถึง Right Shift แล้ว.. อยากให้ อ. พูดถึงวิสัยทัศน์ และทิศทางในอนาคตของ Right Shift รวมถึงเป้าหมายของการจัดตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาสักหน่อยได้ไหมครับ?

“ผมมอง Right Shift เป็นเหมือนวิวัฒนาการตามธรรมชาติของสิ่งที่มีความ Organic นะ

เหมือนที่ผมมองว่า บิตคอยน์ เป็นสิ่งมีชีวิต คือมันเป็นสิ่งที่เกิดจากความต้องการของผู้ใช้งาน แต่ก็ผสมไปด้วยปณิธานของผู้สร้างด้วยเช่นกัน 

ผมเริ่มต้นจากการพูด และ สอนถึงสิ่งที่เรารักในพื้นที่เล็ก ๆ วันนี้สิ่งนั้นมันเจริญเติบโตขึ้นมาระดับหนึ่ง แตกแขนงแขนขาออกมามากมาย Right Shift เป็นเหมือนบ้านหลังใหม่ ที่ต่อเติมขึ้นมาเพื่อให้แขนขาต่าง ๆ ได้มีที่ในการเจริญเติบโต หาอาหาร และขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป 

Right Shift เริ่มต้นเป็นหน้าร้าน สำหรับการขายสินค้าต่าง ๆ เป็นแหล่งรวมบทความที่มาจากชุมชนบิตคอยน์ในไทย จากผู้คนที่มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน 

เราตั้งใจจะเป็นแหล่งความรู้ ข่าวสาร ข้อมูล ที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับผู้ที่ต้องการเดินทางตามหาความจริงในโพรงกระต่ายของบิตคอยน์ เป็นพื้นที่ที่คุณจะได้เห็นบิตคอยน์ในแง่มุมที่มากกว่าการเก็งกำไร การพนัน หรือการวิ่งหาความร่ำรวยในสังคมที่เงินกำลังถูกสูบมูลค่าออกอยู่ตลอดเวลา

..เราอยากเป็นสถานที่แบบนั้นนะ”

เราจะได้เห็นคอนเทนต์อะไรของ Right Shift อีกบ้างครับในอนาคต?

“ขึ้นอยู่กับทีมงานเลยครับ Right Shift คือผู้คน ไม่ใช่เพียงแค่ผม

ผมคิดว่าเราจะได้เห็นสิ่งที่ผมไม่มีปัญญาทำเอง หรือไม่ถนัดอีกมาก แต่โดยรวมแล้ว เรายังคงเป้าหมายรวมกันดังเดิม

ด้วยการเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี สำหรับนักเดินทางตามหาความรู้เกี่ยวกับ บิตคอยน์ ทุกคนครับ”

ก็คงต้องคอยติดตาม และคอยให้กำลังใจทีมงาน Right Shift กันต่อไปนะครับ.. เอาล่ะครับ อ. อยากฝากอะไรถึงแฟน ๆ ชาวบิตคอยน์หน่อยไหมครับ สำหรับวาระปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ?

“Stay humble and stack sats.”

Right Shift

Right Shift Co., Ltd. Official Team

** ทุกบาทหรือทุกซาโตชิที่ donate จะถูกส่งเข้ากระเป๋าของผู้เขียนโดยตรงครับ :) **

Share this post

Leave a Reply

Connect with

Your email address will not be published. Required fields are marked *


Related Posts

บิตคอยน์
Opinion
Right Shift

บิตคอยน์ เครือข่ายเส้นใยเห็ดราแห่งระบบการเงิน – บทที่ 4 : บิตคอยน์คือตัวเร่งวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ (เหมือนการพึ่งพากันของสิ่งมีชีวิต)

สำรวจบิตคอยน์ผ่านมุมมองของการคัดเลือกทางธรรมชาติ การวิวัฒนาการ และความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน (หรือภาวะซิมไบโอซิส)

Read More »
rabbit whole
Technical & Fundamental
Right Shift

คู่มือเข้าสู่โพรงกระต่าย สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจบิตคอยน์ : The Bitcoin Manual

Bitcoin Manual eBook ฉบับภาษาไทย มีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งข้อมูล คำแนะนำเบื้องต้นง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นการเดินทางในโลกบิตคอยน์ ครบถ้วน ครอบคลุม และสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

Read More »
ฟังไจ
Opinion
Right Shift

บิตคอยน์ เครือข่ายเส้นใยเห็ดราแห่งระบบการเงิน – บทที่ 3 : บิตคอยน์คือแอนตี้ไวรัส (เหมือนยา)

มาสำรวจภาพรวมของสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์พร้อมต่อการเติบโต และความสามารถในการเอาตัวรอดขั้นสูงสุดของบิตคอยน์ผ่านมุมมองของฟังไจ (ระบบการทำงานของเห็ดรา) เครือข่ายสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี และทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงทำให้บิตคอยน์กลายเป็นยาต้านไวรัสของระบบการเงินโลกที่ล้มเหลว ทางออกเดียวของมวลมนุษยชาติ มาร่วมหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ครับ

Read More »
ฟังไจ
Opinion
Right Shift

บิตคอยน์ เครือข่ายเส้นใยเห็ดราแห่งระบบการเงิน – บทที่ 2 : บิตคอยน์เป็นสิ่งมีชีวิตเชิงสังคม (เหมือนเห็ด)

มาค้นหาคำตอบว่า บิตคอยน์ นั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมได้อย่างไร ด้วยการพิจารณาผ่านมุมมองของเห็ดที่น่าพิศวง สำรวจวงจรการเกิดใหม่ (หรือ Hype Cycles) เห็ดราวิทยาในวิถีชีวิต (หรือ Ethnomycology) และเหล่ากลุ่มสาวกลัทธิซาโตชิ

Read More »